ประโยชน์นานาชนิดของสมุนไพรไทย

welcome

Lorem Ipsum is simply dummy text of the printing and typesetting industry. Lorem Ipsum has been the industrys standard dummy text ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it to make a type specimen book. It has survived not only five centuries, but also the leap into electronic typesetting, remaining essentially unchanged. It was popularised in the 1960s with the release of Letraset sheets containing Lorem Ipsum passages, and more recently with desktop publishing software like Aldus PageMaker including versions of Lorem Ipsum.

สมุนไพรเพื่อความงาม


                                                ดูแลรักษาหน้าใสด้วยสมุนไพร

สูตรผสมใส่น้ำผึ้งกับมะเขือ
สูตรผสม

มะเขือขื่น 1 ถ้วย
น้ำผึ้งแท้ 2-3 ช้อนโต๊ะ

วิธีผสม
นำมะเขือขื่นมาล้างน้ำให้สะอาดและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆปั่นรวมกับน้ำผึ้งจนละเอียดรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
โดยไม่ต้องแกะเมล็ดออกทิ้ง ให้ปั่นรวมไปได้เลยจนได้เป็นเนื้อครีมข้นและเหนียว -
เพื่อใช้สำหรับพอกหน้าก่อนเข้านอนโดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที
แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดจะรู้สึกว่าผิวหน้าสดชื่นและเกลี้ยงเกลาขึ้น


สูตรผสมจากพืชผัก (มะขามเปียก)


สูตรผสม

มะขามเปียก 1 ก้อน
ดินสอพอง (2-3 เม็ด)

วิธีผสม นำมะขามเปียกและดินสอพองมาขยี้รวมจนละเอียดรวมเป็นเนื้อเดียวกันจะได้เนื้อครีมข้นและเหนียว
ใช้สำหรับนำมาพอกกับหน้าที่สะอาดแล้วก่อนเข้านอนโดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที
 จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะรู้สึกผิวหน้าสดชื่นและเต่งตึงขึ้นด้วยสูตรผสมนี้เป็นที่รู้จักกันดีทั่ว ไป
 สามารถนำมาขัดพอกผิวหลังจากอาบน้ำทุกครั้งและทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด-
และไม่ต้องฟอกสบู่ตามก็ได้ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้งภายในเวลาไม่ถึงเดือน จะสังเกตเห็นว่า-
ผิวหน้าดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงจนสามารถสังเกตได้


กล้วยน้ำว้า : ทำให้ผิวพรรณนุ่มเนียน

ส่วนผสม

 1. กล้วยน้ำว้าสุก 1 ผล
2. น้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนแกง


วิธีทำ

 ให้ใช้กล้วยน้ำว้าสุก 1 ผลกับน้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนแกง ปั่นรวมกันให้เป็นเนื้อครีมข้น
วิธีใช้

ให้ทาครีมให้ทั่วผิวหน้า (เว้นรอบดวงตาและปาก) ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น      ทำประจำจะช่วยให้ผิวหน้านุ่มเนียนอ่อนวัย

แตงโม : บำรุงผิว ให้ชุ่มชื้นสดใส
ส่วนผสม
แตงโม
วิธีทำ ใช้เนื้อแตงโมปั่น ให้ละเอียด

วิธีใช้ ทาทั่วผิวหน้า แล้วใช้ผ้าบางๆ หรือผ้ากรอสคลุมไว้ ประมาณ 10-15 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด -
ผิวหน้าจะชุ่มชื้นสดใสไม่แห้งกร้าน


อนามัยการล้างผัก


โรคที่มากับน้ำ


                        
                โรคที่มักจะพบได้เมื่อเกิดภาวะน้ำท่วม คือ โรคน้ำกัดเท้าจากเชื้อรา
 เป็นโรคที่มาจากการย่ำอยู่ในน้ำหรือแช่น้ำที่มีเชื้อโรค หรือความอับชื้นจากเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย-
ที่ไม่สะอาดไม่แห้งเป็นเวลานาน ซึ่งอาการในระยะแรกนั้นจะเริ่มต้นที่อาการคันตามซอกนิ้วเท้า
ผิวหนังจะลอกออกเป็นขุย มีผื่น ระยะหลังๆ ผิวหนังที่เท้าเกิดพุพอง เท้าเปื่อย และเป็นหนอง
ที่สำคัญอาจเกิดโรคผิวหนังอักเสบแทรกซ้อนได้ง่าย ดังนั้น จึงต้องหลีกเลี่ยงการย่ำอยู่ในน้ำ
แต่ในภาวะที่น้ำท่วมขังถ้าจำเป็นต้องแช่อยู่ในน้ำแล้วละก็ ควรใส่รองเท้าบูทกันน้ำ
และควรล้างเท้าให้สะอาดด้วยน้ำสบู่ พยายามเช็ดเท้าให้แห้ง สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาดไม่เปียกชื้น
หากมีบาดแผลควรใช้แอลกอฮอล์เช็ดแผล แล้วทาด้วยยาฆ่าเชื้อ เช่น ทิงเจอร์ หรือเบตาดีน

เส้นทางสุขภาพ


ส่วนผสมอาหาร ยำสาหร่ายปูอัด
  • สาหร่าย"อั๊ตจัง" สีเขียว     1 1/2 ถ้วย
  • สาหร่าย"อั๊ตจัง" สีแดง   1/2 ถ้วย
  • ปูอัดฉีกเป็นเส้น    1/2 ถ้วย
  • ไข่กุ้ง   2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักกาดแก้วฉีกเป็นชิ้นเล็ก   2 ถ้วย
  • พริกขี้หนูสับ    1 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ     1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น    1/2 ช้อนชา
วิธีทำอาหาร ยำสาหร่ายปูอัด
 
1. ใส่สาหร่ายทั้งสองสีในชาม ตามด้วยปูอัด ไข่กุ้ง คนเบาๆ ให้เข้ากัน
2. ตามด้วยพริกขี้หนู กระเทียม และเกลือ คนอีกครั้งเบาๆ ให้เข้ากัน
3. จัดผักกาดใส่จาน แล้วตามด้วยยำสาหร่ายที่เสร็จแล้ว ตกแต่งด้วยปูอัด
 และไข่กุ้ง  พร้อมเสิร์ฟ
 
ทำง่ายไม่ยุ่งยาก อร่อยได้สุขภาพกันอีกด้วยค่ะ 

สมุนไพรไทยน่ารู้



                                                                            คำฝอย


                คำฝอย   เป็นพืชล้มลุก ลำต้นเป็นเหลี่ยม ก้านใบยาว ใยรูปร่างรียาว ริมใบหยักแหลมเนื้อใบเรียบ ดอกออกรวมกัน เป็นช่อรูปร่ากลมดอกย่อยสีเหลืองค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีส้ม ในเมล็ดดอกคำฝอยมีน้ำมันมาก จากการค้นคว้า สารในดอกคำฝอยพบว่าแก้อาการอักเสบได้ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อบางตัวได้

 
ลักษณะ
เป็นพืชล้มลุก มีลักษณะเป็นพุ่ม แตกกิ่งก้านสาขามากมาย ลำต้นเป็นสัน ผิวเรียบแข็ง โคนลำต้นมีขนาดใหญ่ แต่ปลายกิ่งเรียวเล็ก
ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน ไม่มีก้านใบ ลักษณะใบคล้ายรูปไข่หรือใบหอกเป็นรูปขอบขนาน ขอบใบหยักเป็นซี่คล้ายฟันเลื่อย
ปลายเป็นหนามแหลม ใบเป็นมันหนาสีเขียวเข้ม ออกดอกเป็นช่อ บริเวณปลายกิ่ง ประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก
         ลักษณะดอกคล้ายดอกบานชื่น กลีบดอกมีสีเหลืองเข้ม และจะเปลี่ยนเป็นสีส้มหรือสีแดง มีกลีบเลี้ยงหรือกลีบประดับ
เรียงตัวกันเป็นชั้นๆรองรับดอก บริเวณปลายกลีบเลี้ยงมีหนามแหลมคม ลักษณะผลคล้ายรูปไข่มีสีขาว เมล็ดมีลักษณะยาวรี เปลือกแข็ง
สีขาว เมื่อผลแก่แห้ง เมล็ดจะไม่แตกกระจาย